นี่เราเดินทางมาไกลขนาดไหนแล้ว..
วันนี้ วันที่ 19 ธันวาคม 2552 แล้วนะ 
อีก 12 วันก็จะหมดเดือนธันวาคมแล้ว รวมทั้งปีนี้ก็กำลังจะผ่านไปอีก 1 ปีแล้วด้วย
ในปีนี้ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา เราลงมือทำอะไรดีๆ เป็นชิ้นเป็นอันแล้วหรือยัง ??

คิดๆ แล้วเริ่มเสียดายวันเวลาที่ผ่านพ้นไป   แต่ถ้าปล่อยให้ความเสียดายที่เกิดขึ้นผ่านพ้นไปอีก
ปีต่อไปก็จะเริ่มเข้าสู่วงโครจรแบบเดิมๆ
สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้และเดี๋ยวนี้ คือ ทำมันซะ ๆๆๆ 
สิ่งที่อยาก.... อยากเดินทาง อยากหาความรู้  อยากดู  อยากทำ  เพื่อคนที่เรารัก เพื่อคนที่รักเรา 
เพื่อตัวเอง พื่ออนาคต เพื่อโลก เพื่อเพื่อนร่วมโลก เพื่อ....ฯลฯ 

ไม่ได้จะมาพร่ำเพ้อเรื่องราวอะไรหรอก แค่อยากมาเตือนตัวเอง 
และเตือนคนที่ได้หลงเข้ามาอ่านนี้ด้วย
วันนี้พอดีได้อ่านเมล์ แล้วได้แง่คิดมาจาก ท่านว.วชิรเมธี  
ท่านกล่าวไนเรื่องสิ่งที่น่าเสียดายของคนไทย...   
อ่านไปแล้ว อืมมม ก็ใช่ ทำไมคนเราถึงทำลงไปได้
ทั้งๆ ที่มีโอกาส มีความพร้อม มีความสมบูรณ์ต่างๆ แล้ว  

ข้อที่โดนๆ สำหรับเรา คือ ข้อที่ 2, 6 และข้อสุดท้ายมากที่สุด


น่าเสียดาย ถ้าคุณไม่ได้อ่าน
และยิ่งน่าเสียดาย ถ้าคุณอยากทำอะไร แล้วยังไม่ได้ทำ 
เพียงแค่ติดกับคำว่า "พรุ่งนี้ค่อย...แล้วกัน" 

เวลาผ่านไปเร็วนะเธอ มันไม่ย้อนกลับมาหาเราซะด้วยสิ

น่าเสียดาย  ข้อคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี 

1. น่าเสียดาย ที่เรามีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
แต่เรากลับศรัทธาไสยศาสตร์หัวปักหัวปำ

2. น่าเสียดาย ที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่แสนดี
แต่เรากลับมีคนโกงกินเต็มบ้านเต็มเมือง

3. น่าเสียดาย ที่เรามีวัดอยู่เกือบทุกหมู่บ้าน/ตำบล
แต่เรากลับมากด้วยคนขาดจริยธรรมอยู่ทั่วไป

4. น่าเสียดาย ที่เราสถาปนาประชาธิปไตยตั้งแต่ พ.ศ. 2475
แต่เรากลับมีปฏิวัติ/รัฐประหารมาแล้ว 14 ครั้ง
5.  น่าเสียดาย ที่เรามีมหาวิทยาลัยมากมายติดอันดับโลก 
แต่เรากลับโชคร้ายที่คนไทยชอบดูดวงบวงสรวงเทพยดา 

6.  น่าเสียดาย ที่เรามีป่าไม้-แม่น้ำ-ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ 
แต่เรากลับเทิดทูนการทำลายแทนการรักษา 

7.  น่าเสียดาย ที่เรามีศิลปวัฒนธรรมเป็นของตนเอง 
แต่เรากลับเก่ง "การลอกเลียนแบบ" เป็นที่สุด

8.  น่าเสียดาย ที่เรามีสื่อมวลชนมากมายไร้พรมแดน 
แต่เจ็บปวดเหลือแสนเมื่อสื่อมวลชนมุ่งแต่การขายสินค้า

 
9.  น่าเสียดาย ที่เรามีกฎหมาย 
แต่เรากลับปล่อยให้มีการใช้กฎหมู่จนเป็นเรื่องธรรมดา 

10.  น่าเสียดาย ที่เรามีหนังสือมากมายหลายพันเล่มในห้องสมุด 
แต่สถิติสูงสุดคือเราอ่านหนังสือกันปีละ 8 บรรทัด 

11.  น่าเสียดาย ที่เรามีอินเทอร์เน็ตใช้ก่อนประเทศในโลกที่สาม 
แต่เรากลับเสื่อมทรามเพราะใช้ส่งภาพถ่ายคลิปโป๊

12. น่าเสียดาย ที่เรามีโทรทัศน์หลายสิบช่อง
แต่เรากลับจ้องจะดูแต่ละครน้ำเน่า

13. น่าเสียดาย ที่เรามีพ่อแม่อยู่ในบ้าน
แต่เรากลับปล่อยให้ท่านอยู่อย่างเปลี่ยวเหงา

14. น่าเสียดาย ที่เราสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้
แต่เรากลับชอบใจที่จะเป็นคนเลวตลอดกาล

15. น่าเสียดาย ที่เราเป็นอิสระจากความอยากได้
แต่เรากลับพึงใจอยู่กับการสนองความอยาก

และ

16. น่าเสียดาย ที่เราบรรลุนิพพานได้ในชาตินี้
แต่เรากลับยินดีอยู่แค่การทำบุญให้ทาน

 


ขอบคุณแง่คิดจากท่าน ว.วชิรเมธี และเมล์ฉบับนั้น. 


edit @ 19 Dec 2009 19:52:05 by singto_jan