เพลง "รักชาติบ้านเมือง"

พระราชนิพนธ์โดย พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว     ในการก่อตั้งลูกเสือ

 

"เรานี้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง

ควรคำนึงถึงชาติศาสนา

ไม่ควรให้เสียทีที่เกิดมา

ในหมู่ประชาชาวไทย

 

แม้ใครตั้งจิตรักตัว

จะมัวนอนนิ่งอยู่ไฉน

ควรจะร้อนอกร้อนใจ

เพื่อให้พรั่งพร้อมทั่วตน

 

ชาติใดไร้รักสมัครสมาน

จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล

แม้ชาติย่อยยับอับจน

บุคคลจะสุขอยู่ได้อย่างไร

 

ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง

คงจะต้องบังคับขับไส

เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำร่ำไป

ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย

 

เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ

จะนับถือพงศ์พันธ์นั้นอย่าหมาย

ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย

ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา

 

เพราะฉะนั้นช่วยกันสวามิภักดิ์

จงรักร่วมชาติศาสนา

ยอมตายไม่เสียดายชีวา

เพื่อรักษาอิสระคณะไทย

 

สมานสามัคคีให้ดีอยู่

จะสู้ศัตรูทั้งหลายได้

ควรคิดจำนงจงใจ

เป็นไทยจนสิ้นดินฟ้า"

 

 

1.
เปิดเอนทรี่ส์วันนี้ ด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ขององค์รัชกาลที่ 6 เนื่องมาจาก เมื่อเช้านี้ได้ฟังรายงานข่าวเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ไม่ปกติของบ้านเมือง  และท้ายรายการได้มีการฝากบทกวีอันเป็นส่วนหนึ่งของเพลงนี้เอาไว้ (ตัวหนาสีม่วงน่ะค่ะ)  จึงได้ไปค้นมาว่า ผู้แต่งคือใคร ปรากฏว่า คือ องค์รัชกาลที่หกของพสกนิกรชาวไทย นี่เอง ซึ่งฟังแล้วรู้สึกกินใจมากในช่วงเวลาอย่างนี้ค่ะ   อยากให้คนไทยได้คิดกัน ได้ไตร่ตรองกัน ได้คืนความสุข ให้กับชาติในเร็ววันนี้ด้วยคับ
นับว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้เป็นปีที่มีวันหยุดเกิดขึ้นยาวนานมากที่สุดเลยก็ว่าได้  รวมเบ็ดเส็ดแล้ว 9 วันกันเลยทีเดียว  คนในกรุงก็เล่นๆ หยุดๆ  แล้วก็มาเล่นกันอย่างมีความสุขกันอีกในวันนี้จนถึงวันศุกร์กัน
แต่สำหรับต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดแถบภาคใต้จะไม่มีผลกระทบจากเหตุการบ้านเมืองมากนัก ดังนั้นการเล่นน้ำ สาดน้ำ ยังเป็นไปได้ตามปกติ
 
 
 
 
2.
ณ หาดใหญ่    ปีนี้ไม่ได้เดินทางออกต่างจังหวัดไปไหนเลย  ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเล่นน้ำ สาดน้ำหรอกนะ  แต่เห็นว่า แล้วเราจะนั่งอยู่บ้านไปไย สถานการณ์ก็คุกรุ่น จนถ้าอยู่นั่งติดตามทั้งวัน อาจจะเกิดอาการเครียดได้  ไหนๆ เพื่อนก็ชวนไปลันล้าเล่นน้ำกันแล้ว  ก็ออกไปซักหน่อยให้สบายจิตดีกว่า ฮ่าๆๆ 
แม้ว่าจะเกิดการผิดแผนไปเล็กน้อย ด้วยการไม่ครบแก๊ง  และไม่ได้ตระเวนรอบนอกของหาดใหญ่ แต่อย่างไรเราก็สนุกกันได้นะจ้ะ 
ถ้าใครเคยไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนสายหลักในหาดใหญ่ละก็ ก็จะรู้ว่า ส่วนใหญ่มักจะเป็นชาวต่างชาติ มาเลเซีย สิงคโปร์ ทั้งน้าน  คนไทยก็มีนะ มักจะไปแจมเล่นด้วย เพราะเค้าปิดถนนกันให้เล่นตั้งแต่หัวค่ำ ยันเช้าจรดเย็นของอีกวันกันไปเลย เล่นกันให้ตัวเปื่อย หนาวจับใจ น้ำแข็งก็ขายดี  น้ำเปล่าก็ขายดี  (ช่าย ถูกแล้วล่ะ เค้าขายน้ำเปล่ากันเป็นถังๆ ด้วย ถังร้อยลิตร ราคา ร้อยบาทแน่ะ  ก็กะอยู่ว่าปีหน้าจะไปขายของแถวนั้น น่าสนุกดีเหมือนกันนะ )
ชาวมาเลย์พวกนี้เค้าก็เล่นกับคนไทยอย่างน่ารักเลยนะ สุภาพดี ก่อนประแป้งก็ขออนุญาติ และมักจะพูดว่า "Happy Songkran day"  และมักจะเล่นฮาๆ ประเภทที่ว่าเช่าห้องโรงแรมอยู่ชั้นสามชั้นสี่ที่ติดถนนนะ พอมีคนเดินผ่าน หรือรถเล่นน้ำขับผ่านก็แอบเทน้ำลงบนหัวคน เปียกไปทั้งตัวในพริบตาเลย ฮ่าๆๆ     แล้วก็จะมีคนทั้งถนนคอยหัวเราะเราอยู่  ปีนี้สิงโตจันก็โดนนะ  ออกจากบ้านยังไม่เปียกเลย  พอลงรถที่หน้าโรงแรมข้างบ้านญาติปุ๊บ  คุณพี่แก โครมมม!!!  เปียกค่า  ฮื้ม!!   ทั้งตัวเลย  ฮ่าๆๆ   เสียงหัวเราะตามหลังมาอีกแน่ะ
แต่เท่าที่สังเกตุดูอีกโรงแรมนึง ที่มีพี่มาเลย๋สนุกสนานกับการเทน้ำลงมาบนหัวคนนั้น แว้บๆ ค่ะ แว้บๆ เห็นเป็นถังสเตนเลสใบเล็กๆ  เอ๊ะ หน้าตาคุ้นๆ เหมือนถังขยะในห้องโรงแรมเลยนะ   อ๊ากกกก  คุงพี่ !!! 
 
 
 
3.
ทุกปีถ้าจะไปเดินแถวสายสามในหาดใหญ่ ก็มักจะไปกับพี่ๆ น้าๆ ป้าๆ และพาแม่ไปด้วยค่ะ  ปีนี้ไปกับเพื่อนเป่า 2 คน คุณหม่าม้าทิ้งอะ ปีนี้แกเดินไปกับป้า 2 คน  สุดๆเลย  คนอายุ 60 ปี 2 คนไปเดินเล่นน้ำสงกรานต์กันโดยลำพัง !!!
ไม่เปียกนะ ไม่เปิยก พอเจอหน้า จับเนื้อจับตัว  ท่านทั้ง 2 สามารถรักษาสภาพเสื้อผ้า หน้า ผม ได้เป็นอย่างดี (แม้ว่าหน้าตาอาจโดนประแป้งไปแล้วบ้าง)  แต่ท่ามกลางสภาพถนนที่เรียกได้ว่า สงครามสาดน้ำนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าสาดน้ำให้ท่านทั้งสองกลับไปต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเลยค่ะ ปลอดภัย!!  มิน่าเค้าถึงบอกว่า "เดินตามหลังผู้ใหญ่ หมาไม่กัด"  นี่แหละ ของจริง 
 
4.
ปีนี้ ไปกะยัยเป่าสองต่อสอง อิอิ  เดินไปสักพัก เข้าสู่ปาร์ตี้โฟม  บนพื้นถนน โฟมทั้งนั้น เด็กๆ ก็หนุกหนานกันได้อีก เอาหัวเข้าไป เอาตัวเข้าไป ให้โฟมบรรเลงลงหน้า  นิ่มๆ พองๆ  ไอ้เราก็โตๆ กันแล้ว เลยไม่กล้าเข้าไปแย่งเด็กกันอ่ะ  ตอนแรกก็คิดว่า มันจะอันตรายมั้ย มันจะระคายเคืองรึป่าว  แต่เท่าที่ค้นข้อมูลมาก็คือว่า ไอ้เจ้าเครื่องผลิตโฟมฟองฟู่นี้ ไม่ได้ใช้สารพวกสบู่ หรือผงซักฟอกในการก่อให้เกิดฟอง แต่น่าจะเป็นของเหลวพวกพอลิเมอร์ที่มีค่าเอชที่เป็นกลาง โดยนำมาเจืองจางผสมกับน้ำ และผ่านเครื่องเกิดฟอง สเปรย์ผ่านออกมาเป็นฟองเล็กๆ มากมาย  ที่มาของเครื่องโฟมนี้เกิดขึ้นในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง แล้วแพร่ขยายเข้าสู่ผับ เธค สถานที่เที่ยงราตรีต่างๆ โดยเฉพาะยุโรปจะนิยมเป็นอย่างมากเลย
 
 
Foam machince กำลังสร้างฟองๆๆ
 
 
หน้าตาเจ้าเครื่องสร้างฟอง
แต่ไม่รู้ทำไม พอกลับมาบ้าน ดันคันยุกยิกตามขา  ไม่รู้เพราะน้ำ หรือว่าฟองกันเนี่ย หุหุ 
 
 
 
5.
พอบ่ายๆ เริ่มเหนื่อยอะ เดินเล่นมาทั้งวัน เข้านู้นออกนี้  นั่งดีกว่า  แต่ก่อนหน้านั้นก็ไปสรงน้ำพระหน้าห้าง หน้าโรงแรมมาตลอดทาง  ยัยเป่า เล่าว่า ก่อนจะเข้าไปสรงน้ำพระ มีคู่แฟนมาเลย์คู่หนึ่ง กำลังยืนสวีตกันอยู่เลย พอเห็นพวกเราสรงน้ำพระด้วย เค้าก็เลยเข้าใจว่าเค้าทำกันอย่างนี้นะ เอ้า งั้นทำบ้างๆๆ  สรงน้ำๆๆ พระ
เมื่อเหนื่อย เลยขอนั่งดูชาวบ้านเค้าเล่นน้ำกันดีกว่า ตรงบันไดมันนี่แหละ ขนาดหยุดพักแล้ว คนเดินผ่านไปมา คงคิดว่าคงนั่งให้ฉีดน้ำ ประแป้งละม้าง กรูกันเข้ามาใหญ่ เย้ยยย   นั่งเฉยๆๆ ก็เปียก ก็หน้าขาวได้เว้ยยยเนี่ย
มีคุงพี่อยู่คนนึง เดินมาละทางขวามือ ถืออาวุธปืน (ฉีดน้ำ) มาด้วย กำลังเร่งสูบน้ำใหญ่เลย ตอนแรกก็นึกว่าจะเดินผ่านไป เพราะมีเป้าหมายอื่นๆ อยู่ด้านหน้า  แต่ไม่ใช่หรอก พี่แกหลอกให้ตายใจอ่า  ทำเป็นเดินเลยนิดนึง แล้วหันปลายปืนเล็งเลยค่ะ  ฉีดดดด ซะ เข้าหน้าเต็มๆๆ   สะใจได้อีกนะ คุงพี่ๆๆ  
 
 
 
 
เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลหนึ่งของคนไทยที่ทุกคนควรจะภูมิใจในวัฒนธรรมของเรา และรักษาประเพณีที่ดีงามเอาไว้  แม้ว่าปีนี้จะมีเรื่องเดือดๆ เกิดขึ้น แต่เชื่อว่ายังไงซะ " น้ำก็ชนะไฟ " 
(แต่ต้องมีน้ำมากๆ หน่อยนะ ห้ามน้ำน้อยเด็ดขาด !!!)
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สุขสันต์เทศกาลสงกรานต์ครับ ที่หาดใหญ่เป็นยังไงบ้าง
ตอนนี้ กทม.ก็กลับมาครึกครื้นแล้วล่ะครับ ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ big smile big smile

#1 By Recycle Boy on 2009-04-15 20:43